txt head04
 
บริการด้านเงินฝาก
bullet 9497fc  เงินฝากประจำ
bullet 9497fc  เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ
bullet 9497fc  เงินฝากออมทรัพย์
bullet 9497fc  เงินฝากออมทรัพย์ออมสุข
bullet 9497fc  เงินฝากออมทรัพย์เกษียณสุข
bullet 9497fc  เงินฝากออมทรัพย์พิเศษทวีสิน
บริการด้านสินเชื่อ
bullet 9497fc  เงินกู้ฉุกเฉิน
bullet 9497fc  เงินกู้สามัญ
bullet 9497fc  เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์
การบริการด้านเงินฝาก

 

เงินฝากประจำทวีทรัพย์ (ไม่เสียภาษี )
 
  • เปิดบัญชีครั้งแรกต้องไม่น้อยกว่า 1,000.-บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000.-บาท
    ต้องฝากติดต่อกันทุก ๆ เดือนละเท่ากันและท่ากับจำนวนที่เปิดบัญชีครั้งแรก
    เป็นเวลา 24 เดือนและรวมยอดเงินฝากทั้งหมดไม่เกิน 600,000.-บาท
  • นำฝากได้ไม่เกินเดือนละ 1 ครั้ง
  • หากเดือนใดมิได้มีการนำฝากสหกรณ์ฯ จะผ่อนผันให้ไม่เกิน 2 ครั้ง
    ในระยะเวลาการฝาก 24 เดือน หากเกินกว่า 2 ครั้งจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
  • ไม่สามารถถอนเงินต้นบางส่วน หรือทั้งหมดได้หากทำการถอนถือว่าเป็นการปิดบัญชี
  • เงินฝากที่ฝากไม่ถึง 3 เดือน ไม่จ่ายดอกเบี้ย
  • เงินฝากที่ฝากมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนหากถอนก่อนกำหนดจะได้รับดอกเบี้ย
    ตามระยะเวลาที่ฝากไว้จริง ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
  • เมื่อครบกำหนด 24 เดือน ยอดเงินต้นและดอกเบี้ย จะโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่มีไว้
    กับสหกรณ์ตามที่สมาชิกแจ้งไว้ โดยดอกเบี้ยจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้

 

icon 01

เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ (ไม่เสียภาษี )

 

  • เปิดบัญชีครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ดอกเบี้ยไม่เสียภาษี
  • ฝากเพิ่มเมื่อใดก็ได้ โดยในแต่ละครั้งจำนวนเงินฝากต้องไม่น้อยกว่า 1,000.-บาท
  • ถอนได้เดือนละ 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม หากเดือนใดมีการถอนมากกว่า 1 ครั้ง
    จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการถอนครั้งที่ 2 และครั้งต่อ ๆ ไปในอัตรา 1 % ของจำนวนที่ถอนแต่ไม่ต่ำกว่า 100 บาท
  • การคิดดอกเบี้ยจะคำนวณตามยอดคงเหลือเป็นรายวัน
    โดยจะคิดดอกเบี้ยและนำฝากเข้าบัญชีปีละ 2 ครั้ง ( สิ้นเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม )
  • ยอดคงเหลือไม่ถึง 5,000.- ไม่คิดดอกเบี้ย

 

icon 01 เงินฝากออมทรัพย์ (ไม่เสียภาษี )
  • เปิดบัญชีครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 100.-บาท
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ดอกเบี้ยไม่เสียภาษี
  • ฝาก – ถอนได้ทุกวันทำการ โดยการฝากถอนแต่ละครั้ง ต้องมีเงินคงเหลือไว้ในบัญชีไม่ต่ำกว่า 100.-บาท
  • การคิดดอกเบี้ยจะคำนวณตามยอดคงเหลือเป็นรายวัน โดยจะคิดดอกเบี้ย
    และนำฝากเข้าบัญชีปีละ 2 ครั้ง ( สิ้นเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม )
  • เปิดบัญชีได้มากกว่า 1 บัญชี

 

icon 01 เงินฝากออมทรัพย์ออมสุข
  • เปิดบัญชีครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 100.-บาท
  • การฝากต้องแจ้งความประสงค์ให้สหกรณ์หักจากเงินเดือนของผู้ ฝาก เดือนละเท่าใดก็ได้ เท่ากันทุก ๆ เดือน ขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท
  • ฝากเป็นประจำทุกเดือน โดยหักจากบัญชีเดือน
  • สามารถฝากเพิ่มหรือลดจำนวนเงินฝากรายเดือนได้
  • การถอนเงินจะต้องถอนพร้อมปิดบัญชี เมื่อปิดบัญชีเงินฝากแล้ว มีสิทธิเปิดบัญชีใหม่ได้อีก 1 ครั้งเท่านั้น
  • การจ่ายดอกเบี้ย สหกรณ์คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันตามยอดเงินคงเหลือ และจะนำดอกเบี้ยทบเป็นเงินต้นเข้าบัญชี เงินฝากทุก 6 เดือนในวันที่ 30 มิถุนายน – 31 ธันวาคม ของทุกปี
  • ต้องฝากติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะมีสิทธิจับรางวัล

  

icon 01 เงินฝากออมทรัพย์พิเศษทวีสิน (ไม่เสียภาษี )
  • ผู้ฝากต้องเป็นสมาชิก หรือสมาชิกสมทบ สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสรรพากร จำกัด
  • เปิดบัญชีครั้งแรกไม่น้อยกว่า 10,000 บาท
  • ให้สมาชิกเปิดบัญชีได้ 1 บัญชีเท่านั้น
  • สมาชิกสมทบสามารถฝากเงินได้ไม่เกิน 1,500,000 บาท
  • การฝากเงินสามารถฝากเพิ่มได้ โดยในแต่ละครั้งจำนวนเงินฝากต้องไม่น้อยกว่า 1,000 บาท
  • การถอนเงินฝากให้ถอนได้เดือนละ 1 ครั้ง โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม หากเดือนใดมีการถอนมากกว่า 1 ครั้ง สหกรณ์ฯจะคิดค่าธรรมเนียมการถอนครั้งที่ 2 และครั้งต่อๆไป ในอัตรา ร้อยละ 1 ของจำนวนเงินที่ถอนแต่ไม่ต่ำกว่า 100 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของสหกรณ์
  • การจ่ายดอกเบี้ย สหกรณ์คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันตามยอดเงินคงเหลือ และจะนำดอกเบี้ยทบเป็นเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากทุก 6 เดือน ในวันที่ 30 มิถุนายน และวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี ดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ในกรณีที่จำนวนเงินฝากออมทรัพย์พิเศษทวีสินคงเหลือต่ำกว่า 10,000 บาท สหกรณ์ฯจะไม่คิดดอกเบี้ยให้

icon 01

เงินฝากออมทรัพย์เกษียณสุข

 

 

  • เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสรรพากร จำกัด ที่เกษียณอายุราชการ หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด
  • เปิดบัญชีครั้งแรกไม่น้อยกว่า 1,000 บาท
  • ฝากเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เกษียณสุขได้ไม่เกิน 1,500,000 บาท(ไม่รวมดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากประเภทนี้
  • ให้สมาชิกเปิดบัญชีได้ 1 บัญชีเท่านั้น
  • การถอนเงิน สมาชิกจะถอนเมื่อใด เป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีเงินคงเหลือในบัญชี ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท เมื่อถอนแล้ว สามารถนำกลับมาฝากใหม่ได้ แต่ยอดเงินฝากสะสมรวมดอกเบี้ยที่ได้รับในคราวก่อนยอดรวมต้องไม่เกิน 1,500,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของสหกรณ์ฯ
  • การจ่ายดอกเบี้ย สหกรณ์ฯ คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันตามยอดเงินคงเหลือ และจะนำดอกเบี้ยฝากทบเป็นเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เกษียณสุข ทุกวันที่ 30 มิถุนายน และ31 ธันวาคม ของทุกปี
  • วิธีนำฝากเงิน สมาชิกสามารถนำฝากเงินได้ ดังนี้
  • นำฝากเงินที่สหกรณ์ฯ ด้วยตนเอง
  • นำฝากเงินโดยใช้ใบรับฝากเงิน (Pay-in slip) ผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินทาง             โทรสารมายังสหกรณ์ฯ
  • นำฝากเงินโดยใช้ใบชำระค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment) ผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทย                   พาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ทุกสาขา ทั้งนี้ สมาชิก สามารถจัดพิมพ์ใบชำระค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment)ได้ที่ Web site ของ           สหกรณ์ฯ
  • วิธีการถอนเงิน สมาชิกสามารถถอนเงินได้ ดังนี้
  • สามารถถอนเงินที่สหกรณ์ฯ ด้วยตนเอง
  • ทำบันทึกแจ้งความประสงค์ขอถอนเงิน พร้อมสำเนาหน้าสมุดเงินฝากที่มีกับสหกรณ์ และสมุดเงินฝากธนาคารที่ต้องการให้สหกรณ์ฯโอน        เงินเข้าบัญชีพร้อมสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ

หมายเหตุ

  1. ถอนตั้งแต่ 300,000.-    บาท    ไม่เกิน 1,000,000.- บาท แจ้งล่วงหน้า 1 วันทำการ
  2. ถอนตั้งแต่ 1,000,000.- บาท    ไม่เกิน 5,000,000.- บาท แจ้งล่วงหน้า 2 วันทำการ
  3. ถอนตั้งแต่ 5,000,000.- บาท    แจ้งล่วงหน้า 3 วันทำการ

 

 

การบริการด้านสินเชื่อ

icon 01 บริการเงินกู้ฉุกเฉิน
  • ต้องรับราชการในสังกัดกรมสรรพากรมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • สามารถกู้ได้ 3 เท่า ของเงินเดือนไม่เกิน 100,000.-บาท และไม่เกินร้อยละ 90 ของทุนเรือนหุ้น
  • ผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 งวด

สมาชิกสามารถเลือกกู้อย่างใดอย่างหนึ่งโดยวิธีดังนี้

  1. ส่งสัญญากู้พร้อมเอกสาร โอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารตามที่สมาชิกแจ้ง หรือ
  2. ผ่านระบบ ATM. ของธนาคารกรุงไทย

เอกสารประกอบการยื่นกู้ฉุกเฉินผ่านระบบ ATM (พร้อมรับรองสำเนา)

  1. แบบคำขอใช้บริการ KTB Coop online และคำขอกู้ฉุกเฉิน KTB Coop online
  2. สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรประจำตัวประชาชน
  3. สลิปเงินเดือนปัจจุบัน
  4. สำเนาเลขที่บัญชีธนาคารกรุงไทย (บัญชีออมทรัพย์)

กรณีเปลี่ยนแปลงวงเงินกู้ฉุกเฉิน/ขอปลดล๊อค

  1. คำขอเปลี่ยนแปลงวงเงินกู้ ประเภทฉุกเฉิน KTB Coop Online
  2. สลิปเงินเดือนปัจจุบัน

 

icon 01 บริการเงินกู้สามัญ

 

 

ข้อ 1 วัตถุประสงค์
     1. เพื่อนำไปชำระหนี้ของสมาชิกที่มีต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสรรพากร จำกัด หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ
     2. เพื่อนำไปใช้จ่ายในครอบครัวและชำระหนี้อื่น ๆ ของสมาชิก


ข้อ 2 หลักเกณฑ์การขอกู้และการค้ำประกันเงินกู้สามัญทั่วไป
     วงเงินกู้และวงเงินค้ำประกันให้เป็นไปตามระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสรรพากร จำกัด และหลักเกณฑ์ ดังนี้
     1. เป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี      แต่ไม่เกิน 3 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน         300,000    บาท
     2. เป็นสมาชิกมาแล้วเกินกว่า 3 ปี          แต่ไม่เกิน 5 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน         600,000    บาท
     3. เป็นสมาชิกมาแล้วเกินกว่า 5 ปี          แต่ไม่เกิน 7 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน      1,000,000    บาท
     4. เป็นสมาชิกมาแล้วเกินกว่า 7 ปี          แต่ไม่เกิน 8 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน      2,000,000    บาท
     5. เป็นสมาชิกมาแล้วเกินกว่า 8 ปีขึ้นไป   วงเงินกู้ไม่เกิน                        2,500,000    บาท


ข้อ 3 คุณสมบัติของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
     1. ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องไม่อยู่ในระหว่างการถูกสอบวินัย
     2. ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกคำสั่งศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือ ต้องคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย
     3. ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกหมายบังคับคดี หรือถูกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร
     4. ผู้ค้ำประกันต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และสหกรณ์ฯ ยึดถือหลักเกณฑ์ตามระยะเวลาการให้กู้เงินแก่สมาชิกมาเป็นฐานในการให้สิทธิสมาชิกผู้ค้ำประกันตามระยะเวลาการเป็นสมาชิกทุกประการ ยกเว้น เงินกู้สามัญทั่วไปรายใดได้จัดทำประกันชีวิตคุ้มครองหนี้รายบุคคลและประกันภัยหนีหนี้ที่สหกรณ์ฯ จัดให้มีขึ้นตามวงเงินกู้ที่ได้รับ โดยระบุสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับผลประโยชน์แล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องดูวงเงินของผู้ค้ำประกัน การให้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้สหกรณ์ฯ ทราบตามวรรคแรก เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา


ข้อ 4 การชำระคืนเงินกู้สามัญทั่วไป เงินกู้สามัญทั่วไป
     ให้ผู้กู้ส่งคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือนภายในวันสิ้นเดือนของทุกเดือน แต่ไม่เกิน 200 งวด ทั้งนี้ไม่เกินวันเกษียณอายุราชการบวกเพิ่มอีก 12 งวด


ข้อ 5 เงื่อนไขการพิจารณาเงินกู้สามัญทั่วไป
     1. สมาชิกผู้กู้จะต้องมีเงินเดือนคงเหลือหลังหักเงินค่าหุ้นสะสม หักเงินกู้ทุกประเภท และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของเงินเดือน โดยคำนวณจากฐานของเงินเดือนก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการกู้เงินกู้สามัญทั่วไปของสหกรณ์ฯ
     2. สมาชิกต้องผ่อนชำระหนี้เงินกู้แก่สหกรณ์ฯ มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด จึงจะสามารถ ยื่นขอกู้เงินกู้สามัญทั่วไปครั้งใหม่ได้


ข้อ 6 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญทั่วไป
     ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราไม่เกินร้อยละ 6.00 ต่อปี สหกรณ์ฯ ย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิ ที่จะกำหนดและเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่จะเรียกเก็บสมาชิกผู้กู้เงินได้ตามที่เห็นสมควร โดยแจ้ง เป็นประกาศของสหกรณ์ฯ ให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป


ข้อ 7 ข้อความในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 หรือข้อ 5 ไม่ให้ใช้บังคับกับกรณีผู้กู้เงินกู้สามัญทั่วไป
     ซึ่งกู้เงินไม่เกินร้อยละ 95 ของทุนเรือนหุ้น และ/หรือการประกันด้วยเงินฝากประจำและ/หรือเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ที่มีอยู่กับสหกรณ์ฯ สหกรณ์ฯ จะจ่ายเงินกู้สามัญทั่วไปให้แก่สมาชิกผู้กู้เท่านั้น หรือเพื่อการชำระหนี้ของผู้กู้ตามลำดับ ดังนี้
     1. ชำระหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน หนี้เงินกู้สามัญทั่วไป หนี้เงินกู้สามัญทันใจหรือ หนี้เงินกู้ประเภทอื่น ๆ ตลอดจนหนี้ในฐานะผู้รับโอนจากการเป็นผู้คํ้าประกัน เว้นแต่สมาชิกมีเงินได้ รายเดือนคงเหลือพอตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ต้องหักชำระหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินและหนี้เงินกู้สามัญทันใจ สำหรับหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา หนี้เงินกู้ทรัพย์เพิ่มค่า หนี้เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์ และหนี้ที่ต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้คํ้าประกันที่ได้มีการยื่นเพื่อขออนุมัติปรับโครงสร้างหนี้จากสหกรณ์ฯ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ให้ปรับโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือผ่อนผันให้ผู้คํ้าประกันชำระหนี้เป็นงวดรายเดือนจนแล้วเสร็จตามจำนวนเงินกู้แล้วนั้น สหกรณ์ฯ ไม่สามารถหักเงินกู้สามัญทั่วไป เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวได้ เว้นแต่สมาชิกแจ้งความประสงค์ให้หักชำระหนี้ได้
     2. ชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองหนี้รายบุคคล 
     3. ชำระค่าเบี้ยประกันภัยหนีหนี้ 
     4. หากสมาชิกมีค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองหนี้รายบุคคลและค่าเบี้ยประกันภัยหนีหนี้ที่ต้องชำระ สหกรณ์ฯ จะหักจากเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตและ/หรือค่าเบี้ยประกันภัยหนีหนี้ หากในปีใดสมาชิกอาจได้รับจำนวนเงินน้อยกว่าที่ต้องชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตและ/หรือค่าเบี้ยประกันภัยหนีหนี้ สหกรณ์ฯ จะหักชำระจากเงินเดือนของสมาชิกจนกว่าจะครบค่าเบี้ยประกัน เต็มจำนวน หรือสหกรณ์ฯ จะหักค่าเบี้ยประกันชีวิตและ/หรือค่าเบี้ยประกันภัยหนีหนี้ไว้เป็นการล่วงหน้า ณ วันที่สมาชิกได้รับการอนุมัติเงินกู้ก็ย่อมกระทำได้ 
     5. สำหรับเงินกู้สามัญทั่วไปที่เหลือจากการชำระหนี้ตาม 1. 2. 3. และ/หรือ 4. แล้ว สหกรณ์ ฯจะจ่ายเงินให้แก่ผู้กู้โดยนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากตามที่สมาชิกได้แจ้งไว้ต่อสหกรณ์ฯ

 

 

 

icon 01 บริการเงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะ
  ( กรณีซื้อที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือ ห้องชุดอาศัย )
  • ต้องเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน และรับราชการในสังกัดกรมสรรพากรแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • จำนวนเงินให้กู้ซื้อจากโครงการจัดสรรโดยตรงได้ไม่เกิน 5,000,000.-บาท และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมิน
  • กรณีไม่ผ่านโครงการจัดสรร กู้ได้ไม่เกิน 5,000,000.-บาท และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมิน
  • ระยะการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 300 งวด ทั้งนี้ต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนอายุ 65 ปี
  • ผู้กู้ต้องทำประกันอัคคีภัยระบุผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่สหกรณ์ฯ
  อัตราดอกเบี้ย คงที่ 1 ปี
  ปีที่ 1 ( เดือน 1 – 6 ) ร้อยละ 4.00 ต่อปี
  ปีที่ 1 ( เดือน 7 – 12 ) ร้อยละ 5.00 ต่อปี
  ปีที่ 2 จนถึงตลอดอายุของสัญญาเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลบด้วย 1.00
  ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของสหกรณ์ฯ
  ทั้งนี้เพื่อการเคหะสงเคราะห์ข้างต้นไม่มีสิทธิได้รับเงินเฉลี่ยคืน

 

 

 

 

 

       

 

 

กรณีไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด

  • ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ทำนิติกรรม ต้องชำระค่าธรรมเนียมไถ่ถอนในอัตรา ร้อยละ 2
    ของยอดหนี้ที่ชำระคืนสหกรณ์
  • ค่าธรรมเนียมประเมินหลักประกัน 2,500.-บาท ( สหกรณ์จะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ )
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการเคหะฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปเบิกกับทางราชการ ( ค่าเช่าบ้าน ) ได้
icon 01 บริการเงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะ
  ( กรณีไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่นๆ )
  • ต้องเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน และรับราชการในสังกัดกรมสรรพากรแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • จำนวนเงินให้กู้ซื้อจากโครงการจัดสรรโดยตรงได้ไม่เกิน 5,000,000.-บาท และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมิน
  • กรณีไม่ผ่านโครงการจัดสรร กู้ได้ไม่เกิน 5,000,000.-บาท และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมิน
  • ระยะการผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 300 งวด ทั้งนี้ต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนอายุ 65 ปี
  • ผู้กู้ต้องทำประกันอัคคีภัยระบุผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่สหกรณ์ฯ
  อัตราดอกเบี้ย คงที่ 1 ปี
  ปีที่ 1 ( เดือน 1 – 6 ) ร้อยละ 4.00 ต่อปี
  ปีที่ 1 ( เดือน 7 – 12 ) ร้อยละ 5.00 ต่อปี
  ปีที่ 2 จนถึงตลอดอายุของสัญญาเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลบด้วย 1.00
  ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของสหกรณ์ฯ

 

 

 

    

   

 

กรณีไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด

  • ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ทำนิติกรรม ต้องชำระค่าธรรมเนียมไถ่ถอนในอัตรา ร้อยละ 2 
    ของยอดหนี้ที่ชำระคืนสหกรณ์
  • ค่าธรรมเนียมประเมินหลักประกัน 2,500.-บาท ( สหกรณ์จะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ )
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการเคหะฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  • ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปเบิกกับทางราชการ ( ค่าเช่าบ้าน ) ได้
  ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการเคหะฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
  ทั้งนี้เพื่อการเคหะสงเคราะห์ข้างต้นไม่มีสิทธิได้รับเงินเฉลี่ยคืน

 

 

  เอกสารประกอบการขอกู้พิเศษเพื่อการเคหะ
   
  1. คำขอกู้เงินพิเศษ
  2. เอกสารส่วนบุคคล
   
 
  1. สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้กู้ และคู่สมรส
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้กู้ และคู่สมรส
  3. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร /ใบแจ้งความแยกกันอยู่
  4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
  3. เอกสารทางการเงิน
   
 
  1. สลิปเงินเดือนปัจจุบัน 3 เดือนย้อนหลัง
  2. เอกสารการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  3. เอกสารแสดงรายได้คู่สมรส / รายได้อื่น (ถ้ามี)
  4. เอกสารหลักประกัน ( กรณีซื้อใหม่ )
   
 
  1. สำเนาเอกสารสิทธิ(โฉนดที่ดิน,เอกสารสิทธิ์ห้องชุด) ขนาดเท่าต้นฉบับ
  2. สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย
  3. ผังโครงการ แผ่นพับโบร์ชัวของโครงการ แผนที่ตั้งที่ดิน โดยสังเขป
  4. หนังสือรับรองราคาประเมินจากสำนักงานที่ดิน (ฉบับจริง)
  5. เอกสารตามข้อที่ 1.คำขอกู้เงินพิเศษ 2.เอกสารส่วนบุคคล 3.เอกสารทางการเงิน
   
  5. เอกสารหลักประกัน ( กรณีไถ่ถอน )
   
 
  1. สำเนาโฉนดที่ดินขนาดเท่าต้นฉบับ
  2. สำเนาหนังสือสัญญากู้เงิน บันทึกต่อท้ายสัญญากู้เงินจากสถาบันการเงินเดิม
  3. สำเนาสัญญาจำนอง จากสถาบันการเงินเดิม
  4. หลักฐานการผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 12 เดือน
  5. หนังสือรับรองราคาประเมินจากสำนักงานที่ดิน (ฉบับจริง)
  6. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้าง เช่น สัญญาซื้อขาย/ให้,คำขอเลขที่บ้าน
  7. เอกสารตามข้อที่ 1.คำขอกู้เงินพิเศษ 2.เอกสารส่วนบุคคล 3.เอกสารทางการเงิน